Plantitude's Blog

ใช้ทะเลอย่างพอเพียง

เคยลองถามทะเลบ้างไหม ว่าเธอจะมอบสัตว์น้ำให้ได้แค่ไหน ถามเธอว่ารองรับนักท่องเที่ยวได้เท่าไหร่ ถามเธอเพื่อให้ได้ตัวเลขเหล่านั้น ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ยากเย็นเกินฝัน เรามีตัวเลขอยู่ในมือ เช่น ทะเลไทยสามารถจับสัตว์น้ำได้ไม่เกิน 2-2.5 ล้านตัน หมู่เกาะแห่งนี้ควรมีนักท่องเที่ยวไม่เกิน 300 คนต่อวัน น่าเสียดาย เราไม่เคยใช้ตัวเลขเหล่านี้ เราตั้งความต้องการของเรามา โดยใช้ระบบเศรษฐศาสตร์และเงินตรารายได้เป็นตัวกำหนด ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย

การใช้ประโยชน์อย่างพอเพียงเป็นทางเลือกที่เรามี ใช้โดยคำนึงถึงผลระยะยาว คำนึงถึงชาวประมงพื้นบ้านให้มากกว่านายทุน การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ..เริ่มจากกลุ่มคนที่พร้อมมีใจ ตั้งต้น ดำเนินไปพร้อมกัน

ธนาคารต้นไม้

ร.ต.ไสว แสงสว่าง ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 9 ประเภทบุคคล ประจำปี 2550 โดยได้นำหลักการบริหารที่ได้ร่ำเรียนมาเชื่อมโยงเข้ากับการอนุรักษ์ธรรมชาติ และจัดทำเป็นโครงการธนาคารต้นไม้ โดยมีลุงไสวอาสาเป็นผู้จัดการธนาคารที่สร้างความรื่นรมย์เป็นคนแรกของโลก

หลักการง่าย ๆ เพียงแค่ปลูกต้นไม้มีค่าประเภทจำปาทอง ไม้สักทอง ฯลฯ ที่อายุเพียง 10-20 ปี มีค่าต้นละ 1 แสนบาท แล้วนำมาฝากกับธนาคารต้นไม้ เมื่อปลูกจนมีอายุตัดขายได้ ก็ให้มาขออนุญาตกับธนาคาร เพื่อแปรไม้ให้เป็นทรัพย์และนำมาใช้หนี้กับ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นการเพิ่มผืนป่าให้กับประเทศ ให้กับโลก โดยรัฐไม่ต้องลงทุน และเกษตรกรไม่ต้องเสียเงินมาก เนื่องจากต้นไม้สามารถเติบโตโดยธรรมชาติได้ และที่ดีที่สุดคือไม่ต้องขายที่ดินทำกินมาปลดหนี้

ในอนาคต “ลุงไสว” ตั้งใจว่าจะขยายธนาคารดังกล่าวให้ครบ 84 สาขาทั่วประเทศ จากเดิมที่มีอยู่ 22 สาขาในภาคใต้ โดยมีการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 1,400,000 ต้น ในเนื้อที่กว่าหมื่นแปลง โดยสมาชิกกว่าหมื่นครัวเรือนเป็นผู้ปลูก แต่ในปลายปี 2550 จะปลูกต้นไม้ให้ได้ 1,999,999 ต้น โดยบัญชีธนาคารต้นไม้จะถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในปีมหามงคลที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษาครอบ 80 พรรษาและจะทำการเชื่อมโยงกับ ธ.ก.ส.ในการเอาบัญชีธนาคารต้นไม้ไปค้ำประกันเพื่อคงอัตราดอกเบี้ยไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น จนกว่าจะตัดต้นไม้มาใช้หนี้

ที่มา: http://www.thaienv.com/th/index.php?option=com_content&task=view&id=426&Itemid=27

..ใครว่าคนธรรมดาเปลี่ยนโลกไม่ได้..

ได้อ่านเรื่องราวดีดีของลุงดาบวิชัย คนบ้าปลูกต้นไม้แห่งอำเภอปรางค์กู่ ศรีษะเกษ

(ขจิตพรรณ จันทรสาขา, สำนักพิมพ์ใส่ใจ)

เหนื่อยไหมคุณลุง

เหนื่อยกายไหม ที่ต้องออกแรงปลูกต้นไม้บนผืนดินแห้งแล้ง กลางแดดจ้า

เหนื่อยใจไหม ที่ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นผีบ้าปลูกต้นไม้

ผมมีความสุขทุกวินาที สุขกับการปลูก ขณะกำลังปลูก โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันที่มันเติบใหญ่ออกดอกผล แบ่งปันให้ผู้คนได้อาศัยประโยชน์มากมายจากมันด้วยซ้ำ

ต้นไม้ เป็นสิ่งมีชีวิตที่แสนอ่อนน้อม สงบ เยือกเย็น

ไม่เคยต้องการสิ่งใดจากใคร ดำรงอยู่เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้อื่น

ทั้งมนุษย์ และสัตว์น้อยใหญ่มากมาย

คนเราในชีวิตหนึ่งนั้น จะทำประโยชน์อะไรแก่ผู้อื่นได้บ้าง

บางครั้งการกระทำความดีบางอย่างในบ้านเรา มันกลับกลายเป็นความแปลกประหลาดในสายตาสังคม

ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ขอให้เรารู้ในใจว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็พอ

ดังเช่นดาบตำรวจวิชัยคนนี้ กับเวลาที่ผ่านไป 18 ปี กับผลผลิตต้นไม้ต้นไร่นับล้านต้น

ที่ออกดอกออกผลให้ผู้คนมากมายได้ใช้ประโยชน์

ประกันพืชผลบนดัชนีอากาศ

กรมธรรม์ประกันภัยแล้งโดยอ้างอิงดัชนีน้ำฝน ถือเป็นทางเลือกใหม่ เพื่อคุ้มครองเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงด้านภัยธรรมชาติ

นับเป็นก้าวเล็กๆ ที่อาจไม่ได้รับความสนใจ แต่แสดงให้เราเห็นว่า กระแสโลกาภิวัตน์ที่เชื่อมตลาดเงินตลาดทุนเข้าด้วยกันหมดทั้งโลกนั้น กำลังเอื้ออำนวยให้นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ อาจสามารถบรรเทาความเสี่ยงของเกษตรกรรายย่อยในประเทศกำลังพัฒนาหลายล้านคนได้บ้าง

(จาก http://www.bangkokbizweek.com/20061101/localbiz/index.php?news=column_21951689.html)

ปิดไฟ 1 ชั่วโมงลดโลกร้อน

เวลามีการรณรงค์แบบนี้ คิดยังไงกันบ้างคะ แต่เราว่า เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ง่ายต่อการทำ แค่เหลียวมองรอบข้างว่าอะไรที่ไม่จำเป็นก็ปิดๆมันซะ ถือว่าประหยัดตังค์ในกระเป๋าและยังได้ช่วยลดภาวะโลกร้อน เริ่มจากเราทุกคนค่ะ

โดยทางกทม.จับมือหน่วยงานภาครัฐและ เอกชนจัดกิจกรรม Earth Hour พร้อมกับเมืองใหญ่ทั่วโลกปิดไฟลดพลังงาน ลดภาวะโลกร้อน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในวันเสาร์ที่ 29 มี.ค. 51 ระหว่างเวลา 20.00 - 21.00 น. ค่ะ

ถ้าเราร่วมมือกันคนละไม้คนละมือก็จะสามารถลดการใช้พลังงานได้มากมาย และก็อยากให้ร่วมประหยัดพลังงานจนเป็นนิสัย เพราะภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่พวกเราทุกคนสามารถช่วยกันได้นะคะ